swfobject.embedSWF('http://www.youtube.com/v/CPyuWCrDCZY','avreloaded0','400','320','9.0.28','/plugins/content/avreloaded/expressinstall.swf', {autoplay:'0',color1:'0xFFFFFF',color2:'0x000000',rel:'0',egm:'0',border:'0',loop:'0'},{wmode:'window',bgcolor:'#FFFFFF',menu:'true'},{id:'p_avreloaded0',styleclass:'allvideos'}); window.addEvent("domready",function(){var s = "warnflashavreloaded0"; if ($(s)){$(s).setOpacity(1);}});
..... ปี ใหม่ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนมีความสุขมากๆๆๆๆ นะ ถ้ามีไรที่ผมทำให้เพื่อนๆ คนไหนไม่พอใจ ไม่ชอบใจในปีที่ผ่านๆ มา ให้มันผ่านๆ ไปนะ แล้วผมจะทำให้รำคาญอีก (ฮ่าๆๆ พูดเล่น) ..... โตๆ กันแล้วนะเพื่อนๆ ชีวิตหลังจากนี้จะเป็นแบบไร้ทิศทางไร้การตรึกตรอง อย่างเมื่อก่อนไม่ได้แล้วนะ ไม่ได้บอกให้เป็นเหมือนที่หลายๆคนเป็น หลายๆคนใช้ชีวิตอยู่ แต่อยากให้คิดหน้าคิดหลังดีดีก่อนทำอะไร อยากให้มีกระจกมองหลัง สักบานให้กับชีวิตนะ คิดว่าที่ผ่านมามันสอนมันให้ประสบการณ์ อะไรกับเราบ้างจะได้ไปข้างหน้า หรือใช้เวลาคิดจะแซง คิดจะออกซ้าย ออกขวาได้อย่างปลอดภัยนะเพื่อนๆ ..... อยากให้มีชีวิตอยู่แบบเรียบง่าย "ฟู่ฟ่าเดี๋ยวก็วาย เรียบง่ายอยู่ได้นาน" คิดซะว่าชีวิตเป็นเหมือน ก๋วยเตี๋ยวซํกถ้วย บางที มีหลายรส หลายแบบ หลากรสชาติ แต่ทั้งหมดก็คือก๋วยเตี๋ยว ก็คือ ชีวิต กินๆ ไปใครจะรู้อาจจะมี ลูกชิ้น เนื้อ ซ่อนอยู่ในเส้น, มีพริก น้ำตาล ที่คนไม่ละลาย คนไม่ดี ซ่อนอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของชามก็ได้ แล้วลองดูซิว่า สิ่งที่ธรรมดาในชีวิตประจำวัน ทำหน้าที่ของมัน เวลาอยู่รวมกัน และเป็นที่ของมัน มันมีความสวยงามขนาดไหน ถ้าอยู่ผิดที่ผิดทาง คงหาความสวยงามไม่ได้ อย่างในที่ของมันหรอกเนาะ จริงไม๊
......ว่ากันว่า พยากรณ์ ดวงเมืองปี53 เป็นปีแห่งความยากลำบาก... ปีนักษัตรขาลหรือปีเสือ โดยลักษณะของนักษัตรเมื่อเรานึกถึงเสือ ก็จะนึกถึงความน่าเกรงขามและอำนาจของมัน ดังนั้นในปีใหม่ นี้ เป็นปีที่ต้องระมัดระวังไม่ควรประมาทไม่ว่าท่านจะเกิดในปีใดก็ตาม สำหรับปีนักษัตรที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือท่านที่เกิดในปีนักษัตรวอกหรือปีลิงเพราะเป็นปีชง ส่วนจะได้รับผลรุนแรงมากน้อยก็ต้องพิจารณาจากผังชะตาชีวิตของแต่ละบุคคลไป ......"เมื่อเรารู้ห้วงเวลาแห่งฟ้าที่เราปรับเปลี่ยนไม่ได้ เราก็ต้องปรับชะตาดินคือการปรับฮวงจุ้ยบ้านที่เราพักอาศัย " เมื่อปรับฮวงจุ้ยที่บ้านไม่ได้ก็เหลือตัวบุคคลกันล่ะ ทาง cmlifes ก็ขอแนะนำวิธีที่ง่ายที่สุดและใกล้ตัวที่สุด ก็คือเสื้อผ้าที่คุณสวมใส่นั่นแหละ เป็นเสื้อผ้าที่อยู่ในกลุ่มโทนสีฟ้าทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำเงิน ไล่ไปถึงสีฟ้าเข้ม ฟ้าอ่อน สีฟ้าหวานๆ ได้หมด โดยเฉพาะคนที่เกิดปีวอกซึ่งปีนี้เป็นปีชงของคุณ และอีกปีคือคุณที่เกิดปีขาล แม้จะเป็นปีเกิดของคุณแต่จังหวะแห่งฟ้าก็ไม่อำนวยเท่าไหร่ ฉะนั้นจงอย่าประมาท!!! ......และหากคุณกำลังมองหาเสื้อสีฟ้าตัวใหม่เตรียมไว้ล่ะก้ เราขอแนะนำแวะไปหาซื้อที่ ร้านภูฟ้า ซึ่งได้ผลิต “เสื้อโชคดีปีขาล” มีภาพฝีพระหัตถ์ขององค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นรูป "เสือจับค้างคาว" ด้วยค้างคาวในภาษาจีนคือคำว่า "ฮก" ความหมายดี มีโชค มีวาสนา ด้วยทรงอยากให้คนไทยทุกคนมีโชคลาภ มีวาสนาดี ในปีขาล ......นอกจากคุณจะได้เสื้อสีฟ้าเพื่อแก้ฮวงจุ้ยบุคคลปีขาล53 แล้ว คุณจะได้ทำบุญและช่วยสนับสนุนร้านภูฟ้า ในกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านในถิ่นทุรกันดาร รายได้จากการจำหน่าย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพื่อช่วยเหลือและพัฒนาชาวบ้านรวมทั้งนักเรียนในถิ่นห่างไกล ดังเช่นที่ได้พระราชทานในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาเป็นจำนวนกว่า 69 ล้านบาท ......รู้อย่างนี้แล้ว เพื่อนๆ ชาว cmlifes ทุกคนก็อย่าลืม ไปหาเสือจับค้างคาว มาใส่กันนะครับ เพื่อความเป็นสิริมงคล โชคลาภ ในปีใหม่ ปีเสือนี้..... cmlifesขอให้เพื่อนๆทุกคนฉลองปีใหม่ให้มีความสุขกันถ้วนหน้า แต่อย่าลืม นะครับ เมาไม่ขับ จ๊า........
.....วันปีใหม่ เป็นวันแรกของปี ตามปฏิทินแบบเกรกอเรียน ตรงกับวันที่ 1 มกราคมของทุกปี และเป็นการหมุนเวียนบรรจบครบรอบ ๓๖๕ วัน (๑) หรือ ๑๒ เดือน ซึ่งสมมติกันว่าปีหนึ่งหมดไป ขึ้นวันเดือนใหม่ของอีกปีหนึ่ง ก็เรียกกันว่าปีใหม่ แล้วเปลี่ยนนักษัตรประจำปีใหม่เป็น ชวด ฉลู ขาล เถาะ เป็นต้น และเปลี่ยนพุทธศักราช (พ.ศ.) ใหม่ .....ในอดีต วันขึ้นปีใหม่ของไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว 4 ครั้งคือ ครั้งแรกถือเอาวันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่ซึ่ง ตรงกับเดือนมกราคม ครั้งที่ 2 กำหนดให้วันขึ้นปีใหม่ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ตามคติพราหมณ์ ซึ่งตรงกับเดือนเมษายน .....การกำหนดวันขึ้นปีใหม่ใน 2 ครั้งนี้ ถือเอาทางจันทรคติเป็นหลัก ต่อมาได้ถือเอาทางสุริยคติแทน โดยกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ.2432 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะตามชนบทยังคงยึดถือเอาวันสงกรานต์เป็น วันขึ้นปีใหม่อยู่ ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตย ทางราชการเห็นว่าวันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน ไม่สู้จะมีการรื่นเริงอะไรมากนัก สมควรที่จะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ จึงได้ประกาศให้มีงานรื่นเริงวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 เมษายน 2477 ขึ้นใน กรุงเทพฯเป็นครั้งแรก .....การจัดงานวันขึ้นปีใหม่ที่ได้เริ่มเมื่อวันที่ 1 เมษายน ได้แพร่หลายออกไปต่างจังหวัดในปีต่อๆมา และในปี พ.ศ.2479 ก็ได้มีการ จัดงานรื่นเริงปีใหม่ทั่วทุกจังหวัด วันขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน ในสมัยนั้นทางราชการเรียกว่า วันตรุษสงกรานต์ .....ต่อมาได้มีการ พิจารณาเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น ซึ่งมีหลวงวิจิตรวาทการ เป็นประธานกรรมการ ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ 1 มกราคม โดยกำหนดให้วันที่ 1 มกราคม 2484 เป็น วันขึ้นปีใหม่เป็นต้นไป
เหตุผลที่ทางราชการได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันที่ 1 เมษายนมาเป็นวันที่ 1 มกราคม ก็คือ
ไม่ขัดกับพุทธศาสนาในด้านการนับวัน เดือน และการร่วมฉลองปีใหม่ด้วยการทำบุญ
เป็นการเลิกวิธีนำเอาลัทธิพราหมณ์มาคร่อมพระพุทธศาสนา
ทำให้เข้าสู่ระดับสากลที่ใช้อยู่ในประเทศทั่วโลก
เป็นการฟื้นฟูวัฒนธรรม คตินิยม และจารีตประเพณีของชาติไทย
กิจกรรมที่ชาวไทยส่วนใหญ่มักจะยึดถือปฏิบัติในวันขึ้นปีใหม่ได้แก่
การทำบุญตักบาตร โดยอาจตักบาตรที่บ้าน หรือไปที่วัดหรือตามสถานที่ต่างๆที่ทางราชการเชิญชวนไปร่วมทำบุญ
การกราบขอพรจากผู้ใหญ่ และอวยพรเพื่อนฝูง การมอบของขวัญ การมอบช่อดอกไม้ หรือการส่งบัตรอวยพร
การจัดงานรื่นเริง การจัดเลี้ยงในหมู่เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องหรือตามหน่วยงานต่างๆ
วันขึ้นปีใหม่นับเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เราได้ทบทวนถึงการดำเนินชีวิตในอดีต เพื่อจะได้แก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในอดีตให้ดีขึ้น
การทำบุญในวันขึ้นปีใหม่
เมื่อใกล้ถึงเทศกาลปีใหม่ ประชาชนจะพากันเก็บกวาดบ้านเรือนให้สะอาด ประดับไฟและธงชาติตามสถานที่สำคัญ ๆ
ครั้นถึงวันที่ 31 ธันวาคม ก็จะมีการทำบุญเลี้ยงพระ ไปวัด เพื่อประกอบกิจกุศลต่าง ๆ เช่น ฟังพระธรรมเทศนา ถือศีลปฏิบัติธรรม แต่บางคนก็แค่ทำบุญตักบาตร ตอนกลางคืนบางแห่งอาจจัดเทศกาลกินเลี้ยงเป็นที่ครื้นเครงสนุกสนาน เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
เช้าวันที่ 1 มกราคม จะมีการทำบุญตักบาตร ไปท่องเที่ยวหรือเยี่ยมเยียนญาติผู้ใหญ่ผู้ที่เคารพนับถือ มีการมอบของขวัญและบัตรอวยพรให้แก่กัน
สำหรับในต่าง จังหวัด จะมีการทำบุญเลี้ยงพระที่วัด และอุทิศส่วนกุศลไปให้แก่ญาติที่ล่วงลับ กลางคืนมีการละเล่นพื้นบ้านหรือจัดมหรสพมาฉลอง
คติข้อคิดในวันขึ้นปีใหม่ เมื่อวันเวลาผันเปลี่ยนเวียนไปครบ 1 ปี เราได้อยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงวันขึ้นปีใหม่ ขอให้ลองมองย้อนหลังกลับไปคิดดูว่า วันเวลาที่ผ่านมานั้นเราได้ใช้มันอย่างคุ้มค่าหรือเปล่า และได้กระทำคุณงามความดีอันใดไว้บ้าง และควรหาโอกาสกระทำให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นทุกปี ในขณะเดียวกันเราได้กระทำความผิดหรือสิ่งใดที่ไม่ถูกต้องไว้หรือไม่ หากมีต้องรีบปรับปรุงแก้ไขตัวเองกิจกรรมที่ควรปฏิบัติในวันขึ้นปีใหม่
เก็บกวาดดูแลทำความสะอาด ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน
ทำบุญตักบาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ญาติและผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว
ไปวัดเพื่อทำบุญ ถือศีล ปฏิบัติธรรม หรือฟังพระธรรมเทศนา ฯลฯ เพื่อให้จิตใจสดชื่นแจ่มใสเบิกบาน ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่
ตรวจสอบตัวเอง เกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ที่ได้ทำมาตลอดปี ว่ามีความเจริญก้าวหน้าสำเร็จลุล่วงไปได้แค่ไหน หากมีคั่งค้างก็ต้องเร่งขวนขวายปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องของตน ถ้าอยู่ในเกณฑ์ดีก็ให้ตั้งใจทำให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป
หากมีเรื่องบาดหมางหรือขุ่นเคืองกับผู้ใด ในวันนี้ควรถือโอกาสให้อภัยซึ่งกันและกัน เริ่มสานความสัมพันธ์ให้กลับมาเริ่มต้นใหม่ด้วยดี